ข่าวและกิจกรรม
การระบุกลไกระดับโมเลกุลที่อยู่เบื้องหลังประโยชน์จากการควบคุมอาหารที่มีต่อสุขภาพ
การศึกษาล่าสุดนำโดยนักวิจัยจาก Harvard School of Public Health (HSPH) พวกเขาได้ระบุถึงกลไกในระดับโมเลกุลที่สำคัญที่อยู่เบื้องหลังประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพ อันเนื่องมาจากการควบคุมอาหารที่ปราศจากภาวะทุพโภชนาการและอย่างที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้วว่าการควบคุมแคลอ

การค้นพบครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการควบคุมกรดอะมิโนสองชนิด ได้แก่ เมไธโอนีนและซีสเทอีน จะส่งผลให้เกิดการผลิตไฮโดรเจนซัลไฟด์ H2S ออกมาเพิ่มมากขึ้น และยังป้องกันการขาดเลือดเฉพาะที่หรืออัสซีเมียเนื่องมาจากการบาดเจ็บของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังจากการไหลเวียนของเลือดถูกแทรกแซงในระหว่างการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายอวัยวะและการเกิดภาวะการอุดตันของเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงสมอง การผลิต H2S ในปริมาณที่มากขึ้นด้วยการควบคุมอาหารนั้นยังคงเกี่ยวข้องกับการยืดอายุขัยของหนอน แมลงวันและยีสต์อีกด้วย

        ถึงแม้ว่าแก็ส H2S นั้นมีความเป็นพิษอย่างรุนแรง แต่มันจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเมื่อถูกใช้ในปริมาณน้อยๆหรือในปริมาณตามที่ปรากฏอยู่ตามธรรมชาติ เซลล์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมยังสามารถผลิต H2S ในปริมาณที่ต่ำ แต่มันถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำโมเลกุลนี้เชื่อมโยงเข้ากับประโยชน์ของการควบคุมอาหารที่มีต่อสุขภาพโดยตรง

        James Mitchell ผู้เขียนอาวุโส ซึ่งดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ทางด้านพันธุกรรมและโรคเชิงซ้อน complex diseases ได้เปิดเผยว่า “การค้นพบครั้งนี้ได้บ่งบอกว่า H2S เป็นโมเลกุลหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการควบคุมอาหารในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม รวมไปถึงสัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ต่ำลงมาอีกด้วย ในขณะเดียวกัน มันยังคงต้องทำการศึกษาทดลองเพิ่มเติมอีกมากเพื่อทำความเข้าใจว่า H2S ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้อย่างไร มันได้ให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับโมเลกุล ซึ่งมันมีบทบาทสำคัญในการบำบัดรักษา เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคและความชราของมนุษย์ในอนาคต”

        งานวิจัยนี้ได้เผยแพร่ในวารสาร Cell เมื่อ 23 ธันวาคม 2557

        การควบคุมอาหารถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแทรกแซงระบบของร่างกายที่สามารถลดปริมาณการนำเข้าอาหารทั้งหมดเข้าสู่ร่างกาย ลดการบริโภคสารอาหารที่มีโมเลกุลใหญ่ อย่างเช่น โปรตีน หรือการจำกัดอาหารเป็นครั้งคราว ซึ่งมันที่เป็นรู้กันดีว่ามันจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย รวมไปถึงการป้องกันการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและปรับปรุงระบบการเผาผลาญอาหาร ยิ่งไปกว่านั้นการควบคุมอาหารยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการยืดอายุขัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ตั้งแต่ยีสต์ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อย่างไรก็ตามความเข้าใจในระดับโมเลกุลของผลกระทบที่เกิดขึ้นเหล่านี้ยังคงไม่กระจ่างชัดนัก พวกเขาคิดว่ามันต้องอาศัยกระบวนการตอบสนองของการปกป้องสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งถูกกระตุ้นโดย ภาวะเครียดออกซิเดชัน(oxidative stress) ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการควบคุมอาหารนี่เอง

        Christopher Hine ผู้เขียนคนแรกของวารสารฉบับที่ถูกตีพิมพ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยวิจัยในคณะ Genetics and Complex Diseases พร้อมคณะได้แสดงให้เห็นว่าหนึ่งสัปดาห์ของการอดอาหารได้เพิ่มการตอบสนองของสารต้านอนุมูลอิสระและสามารถป้องกันหนูจากการบาดเจ็บเนื่องจากการเปิดหลอดเลือดที่ทำให้เกิดการขาดเลือดมาเลี้ยงที่ตับ แต่ที่น่าตื่นเต้นก็คือ ผลของการปกป้องนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ แม้แต่สัตว์ที่ไม่มีการตอบสนองของสารต้านอนุมูลอิสระใดๆ นักวิจัยค้นพบว่าการปกป้องนั้นอาจจะจำเป็นต้องอาศัยการสังเคราะห์ H2S ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อลดการรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่มีซัลเฟอร์เป็นองค์ประกอบสองชนิด อันได้แก่ เมไธโอนีน และซีสเทอีน เมื่อใดที่ร่างกายได้รับกรดอะมิโนทั้งสองชนิดนี้ทดแทน การเพิ่มขึ้นของ H2S และผลดีของการควบคุมอาหารก็จะสูญเสียไปได้

        นักวิจัยยังได้ค้นพบยีนที่เกี่ยวข้องกับการผลิต H2S ซึ่งมีความสำคัญต่อประโยชน์ของการควบคุมอาหารซึ่งทำให้มีอายุยืนยาวมากขึ้นในสิ่งมีชีวิตหลายชนิด รวมไปถึงยีสต์ หนอน และแมลงวัน

        Hine ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “การค้นพบเหล่านี้ทำให้พวกเราเข้าใจถึงการทำงานของร่างกายในการควบคุมอาหารที่ส่งผลให้อายุขัยยืนยาวขึ้น รวมไปถึงการป้องกันต่อการบาดเจ็บ สำคัญยิ่งกว่าอื่นใดก็คือ มันยังได้บ่งบอกนัยสำคัญว่าเราควรจะกินอะไร และไม่ควรกินอะไรก่อนการผ่าตัดหรือภาวะเครียดที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเฉียบพลัน เมื่อความเสี่ยงของการขาดเลือดเฉพาะที่มีแนวโน้มค่อนข้างสูง”